2007/Jul/21

[>] สวัสดี .. ช่วงนี้ขอเรียกว่าช่วง

" ฟ้าหลังฝน "

๕๕๕+ .. หลังฝนจริงๆเพราะฟิวริ่งตอนนี้กะก่อนสอบมันยังกะ

ฟ้ากะเหว ๕๕๕ + คือแบบว่า

ตอนนี้แฮปปี้ ยิปปี้ ~ อย่างแรง แม้คะแนนจะออกมาดี ไม่ดี

หรืออะไรก็ตาม .. กุไม่สนแล้ว

ถือว่าที่ทำไปนั้น ทำดีที่สุดแล้วหละ

วิชาที่เสี่ยงตกที่สุด มี

สังคม [ โอกาสตกประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นได้ ]

อีกวิชาคือ

ภาษาอังกฤษอ่านเขียน [ อันนี้ ๑๐๐ เปอร์เซ็น จะไปบนเจ้าพ่อไหนก็ตก - -..]

เอาเถอะ ถึงผลที่ตามมามันจะเป็นยังไง ..

ผม !! นาย พีรวัฒน์ ปิติปาละ จะยิ้มและรับกับมันโดยดี

วันนี้ สำหรับคนที่มาอ่าน .. มีสาระดีๆมาฝากครับ

อันนี้ไปอ่านมาจาก รีดเดอร์ไดเจส ฉบับเก่าแล้วหละ

ไปเจอเรื่องที่น่าสนใจมากๆ คือ เรื่องเกี่ยวกับ สมอง ..

ถ้าใครได้ดูรายการ จับเข่าคุย .. ทางช่อง ๙ เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว

มั้ง ถ้าจำไม่ผิดนะครับ .. มีคุณหนูดี [ จำชื่อจริงเค้าไม่ได้ ]

ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสมอง เค้ามาให้ความรู้เกี่ยวกับ

การดึงประสิทธิภาพของสมองมนุษย์มาใช่อย่างเต็มที่นั้น

จะทำอย่างไร ??

ผมฟัง คุณหนูดีพูดแล้ว .. เห็นว่ามีสาระมาก

และก็มาได้อ่านบทความในรีดเดอร์ไดเจสอีก น่าสนใจจริงๆครับมีเรื่องอยู่ว่า

คุณเป็นคนที่เคยมีความเข้าใจว่า .. คนที่มีรอยหยักบนสมองนั้น

ยิ่งมากก็ยิ่งฉลาดใช่ไหม ? ซึ่งผมก็เคยคิดอย่างนั้น

คำว่ารอยหยักบนสมองมันกลายเป็นคำด่าถอไปแล้วด้วยซ้ำ

ถ้าใครเคยด่าคนอื่นว่า

" เธอนี้มีรอยหยักบนสมองหรือเปล่าเนี่ย !!! "

หรือ

" อย่าทำตัวเหมือนพวกไม่มีรอยหยักบนสมองได้ไหม ? "

ถ้าคุณอ่านสิ่งที่ผมกำลังเล่าให้คุณฟัง คุณก็กรุณาเปลี่ยนคำด่าได้แล้ว

ผมเป็นเด็กมัธยม ๕ ของโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า

นะครับ .. คือจะพยายามอธิบายให้เข้าใจมากที่สุด

ไม่มีศัพย์วิทย์หรอกเพราะผมก็จำไม่ได้ - -*..

สมองของคนนั่น มีฝั่งที่เกี่ยวกะด้านคำนวณอยู่ฝั่งขวา

แล้วที่เกี่ยวกะจินตนาการนั้นอยู่ฝั่งซ้าย สมองนั้น

จะมีการทำงานร่วมกัน โดนส่งผ่านข้อมูลผ่าน

ประสาทส่วนกลาง ซึ่งขั่นระหว่าง สมองทั้งสองนั่นแหละ

โดยข้อมูลจะส่งกันไปๆมาๆ ผ่านประสาทส่วนนี้อะแหละขอรับ

คุณเคยคิดอะไรไม่ออกไหมครับ ? สมองมันจะตื้อๆเนอะ

มันเป็นเพราะ การส่งข้อมูลระหว่างสมองสองฝั่งนั้นมันขัดข้างอะครับ

อาจเป็นเพราะทำงานมากไปหรืออะไรก็ตาม มั้ง ~

ส่วน เวลาที่คุณความคิดลื่นไหล คิดจะทำอะไรก็ปิ๊ง * ไปหมด

ก็เพราะในเวลานั้น คุณมีการส่งต่อข้อมูลระหว่างสมองทั้งสองซีกนั้น

เป็นปกติดี นั่นเอง มั้ง ~

ส่วนที่มีคนด่าๆกันว่า " เธอมีรอยหยักบนสมองมั่งไหมเนี่ย !! "

คุณหนูที่ ที่ผมฟังเธอมา ผมพอจับใจความได้ว่า

รอยหยักบนสมองนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับความเป็น อัจฉริยะ ของบุคคลนั้นๆ

มีข้อพิสูจน์แล้วว่า ไอซ์สไตล์ ((ถูกเปล่า )) ก็มีรอยหยักบนสมอง ในปริมาณพอๆกะเรา

นั่นแหละ !! (( อ่าวววว ว ว ว แล้วทำไมเค้าถึงเป็นอัจฉริยะหละหล่อน ))

คำถามที่คุณผุดขึ้นในใจของคุณคงเหมือนผมในตอนแรกที่ได้รู้รื่องนี้

และได้คำตอบมาว่า

เพราะ จำนวนเซลล์สมองที่มีประสิทธิภาพของเค้าหนะสิ !!!!

คนที่ฉลาดจะมีเซลล์สมองที่มีประสิทธิภาพในการสั่งการสูงมาก

เพราะ ในตอนที่เราจะทำอะไรครั้งแรกนั้น เช่น

เล่นไอซ์สเก็ต สมองจะเตรียมเซลล์สมองไว้เลยเพื่อจดจำสิ่งๆนั้น

แต่เซลลืที่เตรียมมานั้นก็เปรียบเหมือนเด็กทารกเล็กๆนั่นแหละครับผม

สมมุติว่า เราไปเล่นไอซ์มาครั้งนึง แล้ว .. กลับไปเล่นอีกใน ๒ ปีต่อมา

คุณจะรู้แล้วว่า คุณนั้นเล่นไอซ์ไม่เป็นอีกแล้ว !! เพราะอะไรหนะหรือ ?

เพราะว่าเซลล์สมองส่วนที่จดจำเรื่องเกี่ยวกับไอซ์สเก็ตนั้นถูกสมองลบทิ้งไปแล้ว

หนะสิ

สมองนั้นเหมือนคนทำสวนแหละครับ ส่วนเซลล์สมองนั้นเหมือนต้นไม้ในสวน

ถ้าหากต้นไม้มันงอกออกมาจนรกรุงรัง คนทำสวนก็จะตัดส่วนที่รกออกไปนั้น

ทิ้งสะ สมองก็เช่นกัน ถ้าสมองรู้ว่าอะไรที่ไม่จำเป็นต้องจำ

มันจะทำการลบเซลล์สมองส่วนนั้นออกไปทันที แล้วถ้าเรากลับไปทำสิ่งนั้นอีก

สมองก็จะเอาเซลล์สมองใหม่มาจดจำเกี่ยวกับเรื่องนี้ ใหม่ สรุปคือนับ ๑ ใหม่

แล้วคำถามว่า ทำไมคนที่เป็นคนฉลาด เก่ง อัจฉริยะ นั้นถึงเก่งหละ ?

ก็เพราะเซลล์สมองเค้านั้น ได้ถูกบริหารให้เจริญเติบโต และ

สามารถใช้การณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วหนะสิครับ

อย่างเช่น สมมุติว่าผมฝึกบวกเลข ๑ - ๑๐๐ ทุกวัน

ทำทุกวันๆ เซลล์สมองในส่วนการบวกเลขผมจะเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

จนมี เยื่อไขมัน มาเกาะเซลล์สมอง ( เซลล์สมองมีลักษณะเป็นเส้น )

เซลล์นั้นจะอยู่กะสมองคุณตลอดไปเลยหละ !!

สรุปคือ คุณจะบวกเลข จาก ๑ - ๑๐๐ ได้รวดเร็วมาก เพราะเกิดจาก

เซลล์สมองที่มีประสิทธิภาพของคุณ

แล้วมีผลวิจัยบอกว่า กว่าที่เยื่อไขมันนั้น

จะมาหุ้มเซลล์สมองเรานั้น เราต้องบริหารเซลล์สมองนั้นถึง ๒๑ วัน

มันถึงจะติดแน่นทนนานกะสมองเราครับ !!

ยกตัวอย่างเช่น .. คุณจะจำได้เสมอว่า ๑+๑ มันเท่ากะ ๒

คุณจะทำการบวกเลขได้ตลอดเวลา ใช่ไหม ?

นั่นแหละ กรณีตัวอย่างแหละ

หรืออย่างเช่น

มีคนมาถามคุณว่า อลูมิเนียมมีเวเลนซ์อิเล็กตรอนเท่าไหร่ ??

ถ้าคุณอยู่สายวิทย์ และ ท่องจำตารางธาตุได้อย่างดี คุณจะตอบอย่างรวดเร็วว่า

" ๓ ครับ !!!!!!!!!! "

คำตอบเนี่ยแหละ เกิดจากเซลล์สมองที่มีประสิทธิภาพของคุณ


[>] เพราะฉะนั้น พอจะเข้าใจกันหรือเปล่าฮะ หรือเราอธิบายแปลกไป

- -.. ขออภัยด้วยถ้าพิมพ์ผิด + อธิบายอะไรผิด

ก็ขอให้คอมเม้นบอกทีนะครับ จะเป็นพระคุณมากๆ

เอาเรื่องนี้มาให้อ่านเพราะว่า .. กำลังจะบอกว่า

ทุกสิ่งที่ เราได้มานั้น ต้องพยายามหมดแหละ

อยากมีกล้ามก็ต้องเล่นกีฬา บริหารบ่อยๆ

อย่างฉลาด อย่าง เก่งก็ต้องบริหารความคิดบ่อยๆ

ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆหรอกครับผม !!

ต่อไปคงต้องเปลี่ยนคำด่าใหม่ว่า

" นี้เธอมีเซลล์สมองที่มีปผระสิทธิภาพเปล่าเนี่ย !! "


[>] เปลี่ยนเรื่อง หลั'งจากเรื่องวิทย์ๆไปแล้ว - -..

เมื่อวันที่สองเสร็จ ไปแรดต่อที่มอลล์อะครับ ๕๕๕+ สนุกมาก

ไปดูแฮร์รี่กันครับ ๑๙ คน โอววว เยอะมาก

แล้วก็ไปถ่ายรูป กัน

ดูรูปก็น่าจะรู้ใครแรดสุด ๕๕๕ + กำลังจะบอกว่าผมเอง

- -..

แต่ ไอคนที่เมื่อก่อนไปบ้ากล้องเด๋วนี้มันชักบ้า นี้ติดเชื้อกุเปล่าเนี่ย ?

ไม่แน่ใจ ๕๕๕ +

ก็แรกๆเห็นอายๆกล้องกันนะ [ ยกเว้นกุ ด้านกล้องมากแล้ว- -.. ]

ก็เก๊กกันอายๆ [ กุเก๊กแรดตั้งแต่รูปแรกครับ ๕๕๕+ ดูเอา ]

แต่ความอายมันเริ่มน้อยลงเรื่อยๆหลังจากรูปแรก และดูรูปสุดท้ายกันนะครับ

[ ขอประทานอภัยอย่างสูงรูปสุดท้ายไม่มี - -.. ถ้าหาได้จะเอามาลง ]

อีกอย่างคือ ..

แฮร์รี่ภาค ๕ สนุกสัส [ ประทานโทษ ]

ลูน่า น่ารักโคตรของโคตรอะ แมร่งงงง ๕๕๕ +

ไอทามหลง she ไปเลย ~

เป็นคนที่ตาสวยมาก แบ๋วมาก และ สดใสบริสุทธิมาก

อร๊ากกก อย่าให้พรรณา เพราะมันจะบ้า

กรี๊ดดดดดดดดดดด !!!

ยังไงก็ ถ้าใครเป็นสาวกแฮร์รี่ ไปดูสะไปผิดหวังโว๊ยยพวก


[>] ปัจฉิมลิขิต *

- รักหัวเกรียนทุกคน [ หลิม แบน หัวโต เกรียนเทพ เปา เว้า แหลม โล้น * ]

- รักเพื่อนๆ Smip * ทุกท่านน น น น

- นี้แหละฟ้าหลังฝนของแท้ !!

2007/Jul/19

[>] สวัสดี ..

อัพบลอค๔ วัน ติดแล้ว ..

เขียนบลอคแล้วรู้สึกดีแฮะ เป็นส่วนตัวดีถึงแม้

บลอคนี้จะมีคนอ่านแล้ว๑๓๒ คนแล้วก็ตาม - - .. [ ณวันที่ ๑๗.๐๗.๕๐ ]

แต่ก็ไม่แสดงตัวกัน ดีเหมือนกัน เหมือนเป็นโลกส่วนตัวของเราดี

[ ทั้งๆที่ไม่ส่วนตัว ๕๕๕ + ]

[>]เมื่อวานนี้ ..ซึ่งเป็นการสอบแล้วในตอนเย็นก็แอบไปเล่นเกมส์

กะอีนังตุ๋ย ..๓ ชม. ยังไม่พอ พอสะที่ไหนหละ ? ใช่มะ

ก็ต้องกลับมาเล่นต่อที่บ้านดิ

เมเปิ้ลซี ตั้งแต่หัวค่ำ ยัน เกือบตี๑ .. แล้วนี้จะสอบได้ไหมกุ ?

ที่เอาเรื่องนี้มาเล่าเพราะ ..

ตอนเราเล่นๆอยู่นั่น ปกติเมเปิ้ลซีเราจะไม่ได้คุยกะใครเลย [ พอดีโง่ภาษาอังกฤษ วิชาอื่นก็โง่ ]

แต่มาวันนี้ เล่นๆไปเจอคน Sg คนนึง [ คนสิงกาโป ]

มาชวนคุย ไอเราก็อ่านเค้าออกหมดเลยนะ แต่อึดอัดใจหวะ อยากคุยกะเค้านะ

แต่นึกคำอังกฤษไม่ออก ๕๕๕ + แต่ก็ลองพิมมั่วๆดู [ แกรมม่ามั่วสุดๆ ]

แต่เค้าดัน รู้เรื่อง !!? อะไรกันเนี่ย ก็นั่งคุยกันอยู่นาน เค้าชื่อ Son = ซัน

อายุก็เท่ากันเลยหวะ - -.. ก็นั่งคุยกันนานมากรู้เรื่องมั่งไม่รู้เรื่องมั่ง ยันเกือบตี ๑ อะแหละ

ที่เอามาเล่าเพราะ เราเพิ่งรู้ว่า ภาษาอังกฤษไม่ต้องให้ถูกตามแกรมม่า โฉะๆๆๆๆ ก็คุยกันรู้เรื่อง

อย่างเรา ในเหตุการณ์เมื่อวานนี้ - -.. ตอนนี้ก็เลยได้เพื่อนชาว Sg มาคน ..

เชื่อไหมว่า เค้าแปลกใจมากที่ เราใส่บาตร คือมันเป็นงี้ครับ

เราก็นึกคำว่าใส่บาตรไม่ออก แต่เรากำลังจะเตรียมของใส่บาตรวันพรุ่งนี้ไง

ก็เลยพิมไปว่า

" Son wait i 1 minute "

" i go to supermaket , tomorrow i need Saibarth " [ ๕๕๕ + ]

เค้าก็ถามว่า มันคืออะไร เราก็บอกว่า เป็นประเพณีของคนพุทธ

ที่เอาของไปให้นักบวช ไรประมาณเนี่ย

เค้าก็ งง ว่าทำไมต้องเอาของไปให้ นักบวชด้วย ให้ฟรีๆเลยหรือ ประมาณนั้น - -..

ต่างชาติ ต่างประเพณี ต่างศาสนา แต่ ก็ยังสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้

[>] อีกเรื่องคือ เมื่อวานนี้ .. ต่อโต๊ะ ใหม่ ต่อเองทั้งหมดเลย

๕๕๕ + ตกตะปู ไข ไขควง มือพองเลย - -..

แต่ก็ได้สัจธรรมของชีวิตจากการทำสิ่งเล็กๆอย่างเนี่ย

ว่า พื้นฐานเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม .. ถ้าเราไขที่ลองฐานไม่แน่น

ไขไม่เท่ากัน มันก็จะ โยกเยกไปมา ก็เหมือนคน .. นั่นแหละ

ตอนเรากำลังประกอบโต๊ะนั้น ไม่ได้จัดแผนเลยว่า จะทำอะไรก่อนหลัง

สุดท้าย .. เราก็รื้อโต๊ะตัวนั้นใหม่ เพราะโครงสร้างมันไม่มั่นคง

เพราะขาดการวางแผนก่อนหลังในการทำหนะสิ ถึงเป็นอย่างนี้ ..

ก็เหมือนคน .. ถ้าเราคิดจะทำอะไรแล้วขาดการวางแผนก่อนล่วงหน้า ..

สิ่งนั้น ที่จะสำเร็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็น เลยนั่น มันยาก

หรือถ้ารู้ว่า .. เราทำอะไรผิดไปแล้ว ยังดื้อดึงทำต่อไป .. สุดท้ายสิ่งๆนั้นก็ต้องพังลงมา

เพราะฉะนั้น ถ้าท่านผู้อ่านคิดจะทำอะไรทุกอย่างในชีวิต [ รวมทั้งผู้เขียนด้วย ]

สิ่งที่ผมมาเสนอ มันพอจะทำให้คุณผู้อ่าน เริ่มอยากวางแผนในชีวิตหรือยัง?

ก่อนอื่นลอง วางแผนจากสิ่งเล็กๆในชีวิตประจำวันของคุณก่อนก็ได้

เช่น .. เวลาคุณกลับจากโรงเรียน คุณยืนอยู่หน้าประตูบ้าน ก่อนเข้าบ้าน

คุณจะ .. ทำอะไรก่อน [ อันนี้ผมลองแล้ว ลองบังคับใจตัวเองดู ]

เช่น เริ่มที่ ถอดรองเท้า > ถอดถุงเท้า > เปิดประตูบ้าน > ไปที่โต๊ะหนังสือ

> วางกระเป๋า > อาบน้ำ > กินข้าว > เล่นเกมส์ สัก๒ ชม. > ทำการบ้าน

> และ อ่านหนังสือสัก๒ ชม. (( จะได้ไม่น้อยกว่าเกมส์ ๕๕๕+ ))

ลองทำตามแผนชีวิตคุณดูสักครั้ง แล้วคุณจะรู้สึกดี ..

[ อันนี้ไม่ได้สั่งสอนใครนะครับ ผมสั่งสอนใครไม่ได้อยู่แล้ว แต่ผมเคย

มีชีวิตประจำวันที่เละเทะมากๆ มาแล้ว รู้สึกทุกอย่างมันเรื่อยเปื่อยไปหมด

ลองทำแบบนี้ดูสิ คุณจะรู้สึกว่าชีวิตประจำวันของคุณมันโลดแล่นตลอดเวลาเลยหละ ]

[>] ปัจฉิมลิขิต

-รัก Smip ครับ ..

- รักไอหัวเกรียนทุกๆคนด้วย

- พ่อต้นครับ ขอโทษที่ลูกทามงี้เง่าครับ ..

- ตอนนี้เปลี่ยนเป็น มิวสิกสเตชั่นไปแล้ว อิอิ .. ถ้าใครอยากฟังเพลงอะไร

ทิ้งชื่อเพลงไว้นะครับ แล้วจะหาเข้ามาให้ครับ


edit @ 2007/07/19 13:27:13

2007/Jul/18

สวัสดี .. พี่น้อง

วันนี้มาอัพเพราะ เรื่อง สอบ ~

อันแสน ทรหด !!

ตั้งแต่วันสอบวันแรก๑๖.๐๗.๕๐

สอบทั้งหมด๔ วิชา .. ชีวะ อังกฤษ เลขเพิ่มเติม และ .. อะไรอีกอันลืม

อ่อ .. ภาษาไทยที่รักนั่นเอง

ใครจะไปรู้หละครับว่า .. วิชาที่กลายเป็นเรื่องยากมันจะเป็นภาษาไทย ?

จริงๆเลยนะ ภาษาไทยเป็นภาษาที่มหัสจรรย์ มาก .. เพราะอะไรหนะหรือ

เพราะ ฟังก์ชั่นของวิชาภาษาไทยมันช่างเยอะแยะเหลือเกิน

คำซ้ำ คำซ้อน คำมูล คำประสม และ อื่นๆ ..

มากมายหวะ และเชื่อไหมว่า ทั้งๆที่เราใช้คำเหล่านี้ .. ทุกครั้งที่ไปสั่งอาหารตอนเช้า

หรือ .. เวลาบอกมอไซด์รับจ้างว่าจะไปลงที่ไหน แต่ว่า

เรากลับไม่รู้เลยว่า คำพวกนั้นมันเป็นคำอะไร ๕๕๕ +

ทั้งๆที่เราใช้ภาษาไทยกันทุกวัน แต่เราก็ยังต้องอ่านหนังสือสอบวิชาภาษาไทยในเรื่องคำต่างๆ

เฮ้ออ ~

ข้อสอบภาษาไทยของเด็กมอ ๕ ปีนี้ มันช่าง ยากได้ใจ

อาจารย์มะลิ ( คุณครูภาษาไทย ) ออกข้อสอบได้กำกวมดีจริงๆ

ที่เราตอบๆไป .. รู้สึกลึกๆข้างในว่า มันยังผิดๆอยู่นะ แต่อีกใจมันก็รู้สึกว่า

" กุถูกแล้วหล่ะน่า !! "

เอาเป็นว่าการสอบภาษาไทยครั้งนี้ทำให้ผมรู้แล้วจริงๆว่า .. ผมยังรู้จักภาษาไทยยังไม่ดีพอ ~

ต่อมา .. ขอแถลงข้อสอบอีกวิชา เลขเพิ่มเติม ที่รักนั่นเอง

อันนี้ก็เหมือนกัน อยู่นวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้ามา 5ปีแล้ว ..

ยังไม่เคยเจอข้อสอบเลขฉบับไหนที่เลขมัน อุบาต !! เท่านี้

พระเจ้า !! คือว่าคุณครูสุดที่รักจะให้ผมสอบกระบวนการคิดในเรื่องเอ็กโพเนนเชียลและลอคการิทึม

รวมทั้ง ตรีโกณ หรือว่า ให้ผมมาหารเลขแข่งกะเวลากันแน่ ?

คือ ตัวเลขในข้อสอบ ส่วนมากอะเค้าจะเอาเลขง่ายๆพองาม และไม่ยากเกินไป

เพราะเค้าฝึกกระบวนการคิดของเด็กเฉยๆว่า คุณคิดถูกไหม แต่ ..

คุณครูที่รัก ทำให้ผมปวดประบาน ผมคิดข้อนั้นได้แล้ว แต่ผมต้องหารเลขบ้าๆอย่างนี้เช่น

2351 หาร 253 เป็นต้น หรือ บางตัวก็ทศนิยม .. มาหาร โอ๋ยยย !!

เสียเวลาอย่างแรง กว่าจะผ่านแต่ละข้อ มันทำให้ผมทำเลขไม่ทัน !! ไม่ได้ทำไป 3 ข้อ

รวมกับไอที่ทำแต่อาจจะพลาดอีก เฮ้อ สรุปคะแนนเลขปีนี้ของผม

สุย

ต่อมา วันสอบวันที่ ๒ คือวันที่ ๑๘ . ๐๗ . ๕๐

วันนี้สอบ ฟิสิกส์ ที่รัก ( รักจริงๆ ) สังคม และ อังกฤษอ่านเขียน ( อันนี้รักสัสๆ )

ฟิสิกส์ก็ โอเค ไปได้ด้วยดี .. สังคมก็พอได้แต่ ..

อังกฤษ อ่านเขียน เป็นข้อเขียนหมด 20 ข้อ

อันนี้ ต้องบอกว่า ตกไปด้วยดี ถึงจะเหมาะสมกว่า

พออาจารย์แจกข้อสอบ เราก็เริ่มเก็บปากกาดินสอ กลับบ้านเลย - -..

สรุป ๐ ตัวโตๆ เลยหละครับ

ปัจฉิมลิขิต~

หลังสอบ ผมจะเริ่มอัพการบ้านในแต่ละวันของห้อง 5/2 นะครับ

รวมทั้งข่าวสารของห้อง ใครจะเม้าใครก็เชิญ


edit @ 2007/07/19 11:34:17
edit @ 2007/07/19 12:47:10